SEAFCOวิ่งรับงานสิงค์โปร์เพิ่ม

10 July, 2007 (12:21) | บทวิเคราะห์

โบรกยกความดีความชอบให้ SEAFCO เป็นหุ้นเสาเข็มที่แข็งแกร่ง ลุ้นรับงานกำแพงดินในประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติม

โบรกยกความดีความชอบให้ SEAFCO เป็นหุ้นเสาเข็มที่แข็งแกร่ง ลุ้นรับงานกำแพงดินในประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติม จากก่อนหน้านี้ตุนงานเข้าพอร์ตลงทุนไม่ต่ำกว่า 28.5 ล้านบาท มองการณ์ไกลผลงานครึ่งปีหลังยังวิ่งเข้าเป้า แนะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท
    
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) SEAFCO ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท หลังจัดตั้ง บริษัท ซีฟโก้ เรียวบิ จำกัด ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อ 24 พฤษภาคม2550 (SEAFCO ถือหุ้น 47.5%) บริษัทร่วมทุนดังกล่าวก็ได้รับงานแรก ซึ่งเป็นงานกำแพงกันดิน (D-WALL) ของโครงการ มารินา เบย์ แซนด์ อินเตเกรตเต็ด รีสอร์ท มูลค่างานมูลค่า 60 ล้านบาท แยกเป็นส่วนของ SEAFCO 28.5 ล้านบาท
    
อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทได้ส่งเครื่องมือไปแล้ว 2 ชุด คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ในช่วงกลางเดือน กรกฏาคม 2550 คาดหมาย Gross Margin ที่ 30% ฝ่ายวิจัยเห็นว่า SEAFCO ยังมีโอกาสอีกมากที่จะรับงานกำแพงกันดินในโครงการ มารินา เบย์ฯ เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีมูลค่างานก่อสร้างรวม 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผู้รับเหมาหลักมี 3 ราย โดยที่ L&M Foundations เป็น 1 ใน 3 และได้รับงานประมาณ 1/3 ของมูลค่าโครงการ
    
ทั้งนี้งานที่ SEAFCO รับจะเป็นการรับเหมาช่วงจาก L&M ซึ่งคาดว่าจะมีงานในเฟสอื่นๆ เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 9 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ SEAFCO ยังได้ยื่นประมูลงานในโครงการอื่นเพิ่มเติมอีก 2 โครงการ และยังมีแผนจะเข้าร่วมประมูลงานฐานรากโครงการรถไฟฟ้าในสิงคโปร์ ที่จะเริ่มงานก่อสร้างในปี 2551 สำหรับงานในประเทศปัจจุบันมี Backlog ประมาณ 850 ล้านบาท แต่ยังมีงานที่ชนะแล้วรอเซ็นสัญญา และงานที่เสนอเข้าประมูลรอผลอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นการรับงานใหม่ในช่วงไตรมาส 3/2550 อย่างมีนัยสำคัญ
 
ปกติในงวดไตรมาสที่ 2 ถือเป็นช่วง Low Season ของ SEAFCO นอกจากนั้นในปี 2550 ยังได้รับผลกระทบจากการเป็นช่วงรอยต่อระหว่างการส่งมอบงานเก่า และเริ่มโครงการก่อสร้างใหม่ ทำให้การบันทึกรายได้เกิดขึ้นไม่เต็มที่ โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่ารายได้งวดไตรมาส 2/2550 จะอยู่ที่ประมาณ 480 ล้านบาท ขณะที่ Gross Margin ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 13.8% เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของงานดังกล่าวข้างต้น ฝ่ายวิจัยประเมินว่าไตรมาส 2/2550 SEAFCO จะมีกำไรจากการดำเนินงาน 32 ล้านบาท ลดลง 47% ไตรมาสก่อนหน้าเพิ่ม 11% จากปีก่อน
    
อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการปี 2550 ไว้ตามเดิม โดยคาดว่าจะเห็นการกลับมาของผลประกอบการอย่างแข็งแกร่งในงวดครึ่งปีหลังของปี 2550 ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น SEAFCO และยังคง Fair Value ตามเดิมที่ P/E 12 เท่า ซึ่งให้มูลค่าที่เหมาะสม ณ สิ้นปี 2550 ที่ 10.40 บาท พร้อมกันนี้คาดการณ์เงินปันผลในอัตรา 4.66% ในงวดปี 2550

http://www.msnth.com/msn/money2/content.aspx?id=7564&ch=213

Write a comment