…บล.นครหลวงไทย : SEAFCO “ซื้อ” ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 50 ที่ 10.62 บาท…
Earnings Forecast – 2Q07
• จำนวนวันทำงานที่น้อยส่งผลให้รายได้ลดลง qoq : SCIBS ประเมินรายได้ใน Q2/50 ไว้
ที่ 443 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 0.9% yoy แต่ลดลงถึง 38% qoq เนื่องจาก (1) SEAFCO มีฐานราย
ได้ใน Q1/50 ที่สูงถึง 710 ล้านบาทจากการมีหน้างานขนาดใหญ่และทำในพื้นที่จำกัด ทำให้มี
รายได้เฉลี่ยสูงถึง 7-8 ล้านบาท/วัน (2) ในไตรมาส 2 มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 5 วัน โดยเป็นวันหยุด
ยาว 3 วัน 2 ครั้ง ทำให้รับรู้รายได้ได้เป็นปริมาณน้อยกว่าปกติ
• คาด GPM จะลดลงจาก Utilization ของเครื่องจักรที่ลดลง : โครงการที่รับรู้ใน Q2/50
ส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมซึ่งมี GPM 14-15% เปรียบเทียบกับโครงการ Energy
complex ที่มี GPM สูง 15% จากการเป็นงานใหญ่และทำให้พื้นที่จำกัด SCIBS มองว่าปัจจัย
ที่กดดัน GPM จะเกิดจากค่าเสื่อมราคา 14 ล้านบาทในไตรมาสนี้SCIBS จึงคาดว่าอัตรากำไร
ขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) จะปรับตัวลงจาก Q1/50 ที่ 14.9% เป็น 14.0%
• กำไรสุทธิจึงลดลง yoy และ qoq พร้อมกับปริมาณงานใหม่ที่เฉลี่ยลดลงเช่นกัน :
SCIBS คาดว่า SEAFCOจะมีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท ลดลง 3.9% yoy และ 54.8% qoq โดย
มีงานลงนามในไตรมาสนี้ 259.1 ล้านบาท เฉลี่ย86 ล้านบาท/เดือน ต่ำกว่าในไตรมาสก่อนหน้าที่
เฉลี่ยอยู่ที่ 121 ล้านบาท/เดือน จากการชะลอการลงทุนของภาคเอกชน จากผลกระทบทางด้าน
การเมืองเป็นสำคัญOverview
• SCIBS ได้คาดการณ์การปรับตัวลงใน Q2/50 ไว้แล้ว และยังมีมุมมองเชิงบวกกับ
SEAFCO : SCIBS ได้แสดงความกังวลประเด็นการปรับตัวลงของผลการดำเนินงานใน
Q2/50 ไว้ก่อนหน้าแล้ว แต่จากตัวเลขดัชนี PrivateInvestment Index (PII) ที่ปรับตัวดีขึ้น
เป็นเดือนที่ 2 ติดกันที่ 169.8 จุด ในเดือน พ.ค. 2550 และตัวเลขขออนุญาตก่อสร้างใน กทม. ที่
ปรับตัวดีขึ้น 153% mom ในเดือน เม.ย. (ที่มา ธปท.) ทำให้เห็นว่า Segment ของ SEAFCO
เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวแล้ว ผนวกกับมุมมองประเด็นรถไฟฟ้าที่ SEAFCO มีความพร้อมสูง
สุดในฐานะผู้รับเหมารองและมีส่วนแบ่งตลาดในงานเสาเข็มเจาะสูงสุด SCIBS จึงยังคงมีมุม
มองเชิงบวกกับ SEAFCO
• Backlog ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงคงประมาณการเดิมในปี 2550 : SCIBS มองว่า
ปริมาณงานจะเริ่มฟื้นตัวในQ3/50 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ้นปีงบประมาณเดือน ก.ย. นี้ SEAFCO
จะรู้ผลประมูลโครงการก่อสร้างทางลอดทางแยกของ กทม. มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท (แยก
ออกเป็น 10 สัญญาซึ่ง SEAFCO ยื่นประมูลทุกสัญญาในรูปแบบบริษัทร่วมค้า) และมีงานเสา
เข็มเจาะเอกชนอยู่ระหว่างต่อรองราคาขั้นตอนสุดท้ายอีก 2 งาน ซึ่งผู้บริหารมั่นใจจะคว้ามาได้
อย่างน้อย 1 งาน มูลค่าราว 150 ล้านบาท โดยจะรู้ผลใน 1-2 สัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยังรอผลประมูล
งานเอกชนอีก 1,000 ล้านบาท ทำให้เมื่อหักประมาณการรับรู้ใน Q2/50 และบวกด้วยงานที่
SEAFCO มั่นใจจะได้ล่าสุดจะทำให้มีงานในมือราว 660 ล้านบาท คิดเป็น 66% ของประมาณ
การของ SCIBS ในปีนี้ที่ 1,454 ล้านบาท SCIBSเชื่อว่า SEAFCO จะสามารถบรรลุได้ตาม
ประมาณการของ SCIBS ในปีนี้ SCIBS จึงคงประมาณการเดิมไว้
Risk
• การลงทุนภาคเอกชน : 70% ของรายได้มาจากงานก่อสร้างภาคเอกชน ดังนั้นหากภาค
เอกชนยังไม่มีความเชื่อมั่นจะส่งผลไปถึงการลงทุนก่อสร้างอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการที่
SEAFCO สามารถส่งมอบงานและรับรู้รายได้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ปริมาณงานในมือจะ
ถูกรับรู้ และหมด (Burning) ไปได้อย่างรวดเร็ว
Valuation & Rating
• “ซื้อ” SEAFCO เนื่องจาก SEAFCO เป็นหุ้นรับเหมาขนาดรองที่มีความพร้อมที่จะได้
รับประโยชน์สูงจากโครงการรถไฟฟ้า 3 สายแรกที่จะเริ่มขายแบบในเดือน ส.ค. นี้ และตัวเลข
Indicator หลายๆตัว เช่น ตัวเลขพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างใน กทม. และการแจ้งลงนามสัญญากับ
ผู้พัฒนาที่ดินประเภทคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าในQ2/50 มีแนวโน้มจะเป็นจุดต่ำ
สุดในปีนี้ SCIBS ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ SEAFCO ด้วยวิธี PE 14x และได้รวม
ประโยชน์จากโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 3 สายแรก 0.42 บาท/หุ้น จากสัดส่วน 45% ของส่วนแบ่ง
ตลาดของ SEAFCOได้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2550 ที่ 10.62 บาท/หุ้น สะท้อนเป็น PER
14.6 เท่า ยังคงต่ำกว่ากลุ่มที่ 18.7 เท่า
…efinancethai.net…
Write a comment