<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/wordpress-mu-1.2.1" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>SEAFCO on the Blog</title>
	<link>http://seafco.thaivi.net</link>
	<description>Just another Thaivi.net weblog</description>
	<pubDate>Fri, 20 Jul 2007 03:16:15 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=wordpress-mu-1.2.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>บล.ซีมิโก้ : SEAFCO แนะนำซื้อ ราคาตามปัจจัยพื้นฐานปี 51 ที่ 10.4 บาท</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/07/20/9aa58bb5a1b4828189_3a_seafco_8199b099b38bb789ad_a3b284b295b2a19bb18888b1a29eb7899990b2999bb5_51_97b588_104_9ab297_/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/07/20/9aa58bb5a1b4828189_3a_seafco_8199b099b38bb789ad_a3b284b295b2a19bb18888b1a29eb7899990b2999bb5_51_97b588_104_9ab297_/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jul 2007 03:15:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทวิเคราะห์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/07/20/9aa58bb5a1b4828189_3a_seafco_8199b099b38bb789ad_a3b284b295b2a19bb18888b1a29eb7899990b2999bb5_51_97b588_104_9ab297_/</guid>
		<description><![CDATA[ได้ประโยชน์จากการขยายตัวงานก่อสร้าง
        ในฐานะที่เป็นผู้นำตลาดในธุรกิจเสาเข็มเจาะ ทำให้บริษัทมีโอกาสได้ประโยชน์จากการ
ขยายตัวของงานก่อสร้างอาคารสูง งานประมูลภาครัฐรวมถึงการเปิดประมูลรถไฟฟ้า 5 สาย รวม
ถึงการขยายงานไปต่างประเทศเพิ่ม ทำให้รายได้ยังมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง เราจึงยังแนะนำ
ซื้อ โดยให้ราคาตามปัจจัยพื้นฐานปี 51 ที่ 10.4 บาท (P/E 11 เท่า)
คาดกำไรไตรมาส 2/50 ชะลอตัว
         คาดกำไรไตรมาส 2/50 เท่ากับ 30 ล้านบาทเติบโตเพียง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน
ของปีก่อนแต่ลดลง 50% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/50 เนื่องจากฝนตกมาก ทำให้งานคืบหน้าช้า
และบางโครงการเริ่มงานล่าช้ากว่ากำหนด
ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายรายได้ปี 50 ที่ 2.6 พันล้านบาทเติบโต 13%
         แม้ว่างานใหม่ในไตรมาส 2/50 ชะลอตัวลงเหลือเพียง 256 ล้านบาทจากไตรมาส 1/50 ที่
มีงานใหม่ 486 ล้านบาท แต่จากลูกค้าในมือที่อยู่ระหว่างการเจรจาหลายราย และอยู่ระหว่างเข้า
ร่วมประมูลโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ผู้บริหารคาดว่ารายได้ทั้งปี 50 จะเติบโตได้ตามเป้าหมาย
13% เป็น 2.6 พันล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องอีก 15% เป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font face="MS Sans Serif">ได้ประโยชน์จากการขยายตัวงานก่อสร้าง<br />
        ในฐานะที่เป็นผู้นำตลาดในธุรกิจเสาเข็มเจาะ ทำให้บริษัทมีโอกาสได้ประโยชน์จากการ<br />
ขยายตัวของงานก่อสร้างอาคารสูง งานประมูลภาครัฐรวมถึงการเปิดประมูลรถไฟฟ้า 5 สาย รวม<br />
ถึงการขยายงานไปต่างประเทศเพิ่ม ทำให้รายได้ยังมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง เราจึงยังแนะนำ<br />
ซื้อ โดยให้ราคาตามปัจจัยพื้นฐานปี 51 ที่ 10.4 บาท (P/E 11 เท่า)</p>
<p>คาดกำไรไตรมาส 2/50 ชะลอตัว<br />
         คาดกำไรไตรมาส 2/50 เท่ากับ 30 ล้านบาทเติบโตเพียง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน<br />
ของปีก่อนแต่ลดลง 50% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/50 เนื่องจากฝนตกมาก ทำให้งานคืบหน้าช้า<br />
และบางโครงการเริ่มงานล่าช้ากว่ากำหนด</p>
<p>ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายรายได้ปี 50 ที่ 2.6 พันล้านบาทเติบโต 13%<br />
         แม้ว่างานใหม่ในไตรมาส 2/50 ชะลอตัวลงเหลือเพียง 256 ล้านบาทจากไตรมาส 1/50 ที่<br />
มีงานใหม่ 486 ล้านบาท แต่จากลูกค้าในมือที่อยู่ระหว่างการเจรจาหลายราย และอยู่ระหว่างเข้า<br />
ร่วมประมูลโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ผู้บริหารคาดว่ารายได้ทั้งปี 50 จะเติบโตได้ตามเป้าหมาย<br />
13% เป็น 2.6 พันล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องอีก 15% เป็น 3.0 พันล้านบาทในปี 51 อย่างไรก็<br />
ตามเราประมาณการเชิงอนุรักษ์ว่ารายได้บริษัทจะเติบโต 11% เป็น 2.56 พันล้านบาท ในปี 50<br />
และเติบโต 12% เป็น 2.86 พันล้านบาทในปี 51</p>
<p>ปรับลดประมาณการปี 50 ลง 3% และเพิ่ม 4% ในปี 51<br />
         เราปรับลดประมาณการปี 50 ลง 3% เพื่อสะท้อนจำนวนงานใหม่ที่น้อยกว่าคาดในไตร<br />
มาส 2/50 แต่ปรับเพิ่มประมาณการปี 51 เพิ่ม 4% สะท้อนโอกาสการได้งานภาครัฐและจากต่าง<br />
ประเทศเพิ่ม</font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/07/20/9aa58bb5a1b4828189_3a_seafco_8199b099b38bb789ad_a3b284b295b2a19bb18888b1a29eb7899990b2999bb5_51_97b588_104_9ab297_/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>&#8230;บล.นครหลวงไทย : SEAFCO “ซื้อ” ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 50 ที่ 10.62 บาท&#8230;</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/07/17/9aa59984a3aba5a7878497a2_3a_seafco_e2809c8bb789ade2809d_a3b284b280aba1b2b0aaa1_93_aab489999bb5_50_97b588_1062_9ab297/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/07/17/9aa59984a3aba5a7878497a2_3a_seafco_e2809c8bb789ade2809d_a3b284b280aba1b2b0aaa1_93_aab489999bb5_50_97b588_1062_9ab297/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jul 2007 15:12:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทวิเคราะห์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/07/17/9aa59984a3aba5a7878497a2_3a_seafco_e2809c8bb789ade2809d_a3b284b280aba1b2b0aaa1_93_aab489999bb5_50_97b588_1062_9ab297/</guid>
		<description><![CDATA[Earnings Forecast – 2Q07
         • จำนวนวันทำงานที่น้อยส่งผลให้รายได้ลดลง qoq : SCIBS ประเมินรายได้ใน Q2/50 ไว้
ที่ 443 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 0.9% yoy แต่ลดลงถึง 38% qoq เนื่องจาก (1) SEAFCO มีฐานราย
ได้ใน Q1/50 ที่สูงถึง 710 ล้านบาทจากการมีหน้างานขนาดใหญ่และทำในพื้นที่จำกัด ทำให้มี
รายได้เฉลี่ยสูงถึง 7-8 ล้านบาท/วัน (2) ในไตรมาส 2 มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 5 วัน โดยเป็นวันหยุด
ยาว 3 วัน 2 ครั้ง ทำให้รับรู้รายได้ได้เป็นปริมาณน้อยกว่าปกติ
        • คาด GPM จะลดลงจาก Utilization ของเครื่องจักรที่ลดลง : โครงการที่รับรู้ใน Q2/50
ส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมซึ่งมี GPM 14-15% เปรียบเทียบกับโครงการ Energy
complex [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font face="MS Sans Serif"><strong>Earnings Forecast – 2Q07</strong><br />
         • จำนวนวันทำงานที่น้อยส่งผลให้รายได้ลดลง qoq : SCIBS ประเมินรายได้ใน Q2/50 ไว้<br />
ที่ 443 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 0.9% yoy แต่ลดลงถึง 38% qoq เนื่องจาก (1) SEAFCO มีฐานราย<br />
ได้ใน Q1/50 ที่สูงถึง 710 ล้านบาทจากการมีหน้างานขนาดใหญ่และทำในพื้นที่จำกัด ทำให้มี<br />
รายได้เฉลี่ยสูงถึง 7-8 ล้านบาท/วัน (2) ในไตรมาส 2 มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 5 วัน โดยเป็นวันหยุด<br />
ยาว 3 วัน 2 ครั้ง ทำให้รับรู้รายได้ได้เป็นปริมาณน้อยกว่าปกติ<br />
        • คาด GPM จะลดลงจาก Utilization ของเครื่องจักรที่ลดลง : โครงการที่รับรู้ใน Q2/50<br />
ส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมซึ่งมี GPM 14-15% เปรียบเทียบกับโครงการ Energy<br />
complex ที่มี GPM สูง 15% จากการเป็นงานใหญ่และทำให้พื้นที่จำกัด SCIBS มองว่าปัจจัย<br />
ที่กดดัน GPM จะเกิดจากค่าเสื่อมราคา 14 ล้านบาทในไตรมาสนี้SCIBS จึงคาดว่าอัตรากำไร<br />
ขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) จะปรับตัวลงจาก Q1/50 ที่ 14.9% เป็น 14.0%<br />
        • กำไรสุทธิจึงลดลง yoy และ qoq พร้อมกับปริมาณงานใหม่ที่เฉลี่ยลดลงเช่นกัน :<br />
SCIBS คาดว่า SEAFCOจะมีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท ลดลง 3.9% yoy และ 54.8% qoq โดย<br />
มีงานลงนามในไตรมาสนี้ 259.1 ล้านบาท เฉลี่ย86 ล้านบาท/เดือน ต่ำกว่าในไตรมาสก่อนหน้าที่<br />
เฉลี่ยอยู่ที่ 121 ล้านบาท/เดือน จากการชะลอการลงทุนของภาคเอกชน จากผลกระทบทางด้าน<br />
การเมืองเป็นสำคัญ</font><font face="MS Sans Serif"><strong>Overview</strong><br />
        • SCIBS ได้คาดการณ์การปรับตัวลงใน Q2/50 ไว้แล้ว และยังมีมุมมองเชิงบวกกับ<br />
SEAFCO : SCIBS ได้แสดงความกังวลประเด็นการปรับตัวลงของผลการดำเนินงานใน<br />
Q2/50 ไว้ก่อนหน้าแล้ว แต่จากตัวเลขดัชนี PrivateInvestment Index (PII) ที่ปรับตัวดีขึ้น<br />
เป็นเดือนที่ 2 ติดกันที่ 169.8 จุด ในเดือน พ.ค. 2550 และตัวเลขขออนุญาตก่อสร้างใน กทม. ที่<br />
ปรับตัวดีขึ้น 153% mom ในเดือน เม.ย. (ที่มา ธปท.) ทำให้เห็นว่า Segment ของ SEAFCO<br />
เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวแล้ว ผนวกกับมุมมองประเด็นรถไฟฟ้าที่ SEAFCO มีความพร้อมสูง<br />
สุดในฐานะผู้รับเหมารองและมีส่วนแบ่งตลาดในงานเสาเข็มเจาะสูงสุด SCIBS จึงยังคงมีมุม<br />
มองเชิงบวกกับ SEAFCO<br />
          • Backlog ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงคงประมาณการเดิมในปี 2550 : SCIBS มองว่า<br />
ปริมาณงานจะเริ่มฟื้นตัวในQ3/50 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ้นปีงบประมาณเดือน ก.ย. นี้ SEAFCO<br />
จะรู้ผลประมูลโครงการก่อสร้างทางลอดทางแยกของ กทม. มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท (แยก<br />
ออกเป็น 10 สัญญาซึ่ง SEAFCO ยื่นประมูลทุกสัญญาในรูปแบบบริษัทร่วมค้า) และมีงานเสา<br />
เข็มเจาะเอกชนอยู่ระหว่างต่อรองราคาขั้นตอนสุดท้ายอีก 2 งาน ซึ่งผู้บริหารมั่นใจจะคว้ามาได้<br />
อย่างน้อย 1 งาน มูลค่าราว 150 ล้านบาท โดยจะรู้ผลใน 1-2 สัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยังรอผลประมูล<br />
งานเอกชนอีก 1,000 ล้านบาท ทำให้เมื่อหักประมาณการรับรู้ใน Q2/50 และบวกด้วยงานที่<br />
SEAFCO มั่นใจจะได้ล่าสุดจะทำให้มีงานในมือราว 660 ล้านบาท คิดเป็น 66% ของประมาณ<br />
การของ SCIBS ในปีนี้ที่ 1,454 ล้านบาท SCIBSเชื่อว่า SEAFCO จะสามารถบรรลุได้ตาม<br />
ประมาณการของ SCIBS ในปีนี้ SCIBS จึงคงประมาณการเดิมไว้</p>
<p><strong>Risk</strong><br />
      • การลงทุนภาคเอกชน : 70% ของรายได้มาจากงานก่อสร้างภาคเอกชน ดังนั้นหากภาค<br />
เอกชนยังไม่มีความเชื่อมั่นจะส่งผลไปถึงการลงทุนก่อสร้างอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการที่<br />
SEAFCO สามารถส่งมอบงานและรับรู้รายได้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ปริมาณงานในมือจะ<br />
ถูกรับรู้ และหมด (Burning) ไปได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p><strong>Valuation &amp; Rating</strong><br />
         • “ซื้อ” SEAFCO เนื่องจาก SEAFCO เป็นหุ้นรับเหมาขนาดรองที่มีความพร้อมที่จะได้<br />
รับประโยชน์สูงจากโครงการรถไฟฟ้า 3 สายแรกที่จะเริ่มขายแบบในเดือน ส.ค. นี้ และตัวเลข<br />
Indicator หลายๆตัว เช่น ตัวเลขพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างใน กทม. และการแจ้งลงนามสัญญากับ<br />
ผู้พัฒนาที่ดินประเภทคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าในQ2/50 มีแนวโน้มจะเป็นจุดต่ำ<br />
สุดในปีนี้ SCIBS ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ SEAFCO ด้วยวิธี PE 14x และได้รวม<br />
ประโยชน์จากโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 3 สายแรก 0.42 บาท/หุ้น จากสัดส่วน 45% ของส่วนแบ่ง<br />
ตลาดของ SEAFCOได้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2550 ที่ 10.62 บาท/หุ้น สะท้อนเป็น PER<br />
14.6 เท่า ยังคงต่ำกว่ากลุ่มที่ 18.7 เท่า<br />
&#8230;efinancethai.net&#8230;</p>
<p></font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/07/17/9aa59984a3aba5a7878497a2_3a_seafco_e2809c8bb789ade2809d_a3b284b280aba1b2b0aaa1_93_aab489999bb5_50_97b588_1062_9ab297/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>SEAFCOวิ่งรับงานสิงค์โปร์เพิ่ม</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafcoa7b48887a3b19a87b299aab487848c829ba38c809eb488a1/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafcoa7b48887a3b19a87b299aab487848c829ba38c809eb488a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jul 2007 05:21:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทวิเคราะห์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafcoa7b48887a3b19a87b299aab487848c829ba38c809eb488a1/</guid>
		<description><![CDATA[โบรกยกความดีความชอบให้ SEAFCO เป็นหุ้นเสาเข็มที่แข็งแกร่ง ลุ้นรับงานกำแพงดินในประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติม
โบรกยกความดีความชอบให้ SEAFCO เป็นหุ้นเสาเข็มที่แข็งแกร่ง ลุ้นรับงานกำแพงดินในประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติม จากก่อนหน้านี้ตุนงานเข้าพอร์ตลงทุนไม่ต่ำกว่า 28.5 ล้านบาท มองการณ์ไกลผลงานครึ่งปีหลังยังวิ่งเข้าเป้า แนะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท
    
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ &#8220;ซื้อ&#8221; หุ้น บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) SEAFCO ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท หลังจัดตั้ง บริษัท ซีฟโก้ เรียวบิ จำกัด ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อ 24 พฤษภาคม2550 (SEAFCO ถือหุ้น 47.5%) บริษัทร่วมทุนดังกล่าวก็ได้รับงานแรก ซึ่งเป็นงานกำแพงกันดิน (D-WALL) ของโครงการ มารินา เบย์ แซนด์ อินเตเกรตเต็ด รีสอร์ท มูลค่างานมูลค่า 60 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โบรกยกความดีความชอบให้ SEAFCO เป็นหุ้นเสาเข็มที่แข็งแกร่ง ลุ้นรับงานกำแพงดินในประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติม</strong></p>
<p>โบรกยกความดีความชอบให้ SEAFCO เป็นหุ้นเสาเข็มที่แข็งแกร่ง ลุ้นรับงานกำแพงดินในประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติม จากก่อนหน้านี้ตุนงานเข้าพอร์ตลงทุนไม่ต่ำกว่า 28.5 ล้านบาท มองการณ์ไกลผลงานครึ่งปีหลังยังวิ่งเข้าเป้า แนะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท<br />
    <br />
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ &#8220;ซื้อ&#8221; หุ้น บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) SEAFCO ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท หลังจัดตั้ง บริษัท ซีฟโก้ เรียวบิ จำกัด ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อ 24 พฤษภาคม2550 (SEAFCO ถือหุ้น 47.5%) บริษัทร่วมทุนดังกล่าวก็ได้รับงานแรก ซึ่งเป็นงานกำแพงกันดิน (D-WALL) ของโครงการ มารินา เบย์ แซนด์ อินเตเกรตเต็ด รีสอร์ท มูลค่างานมูลค่า 60 ล้านบาท แยกเป็นส่วนของ SEAFCO 28.5 ล้านบาท<br />
    <br />
อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทได้ส่งเครื่องมือไปแล้ว 2 ชุด คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ในช่วงกลางเดือน กรกฏาคม 2550 คาดหมาย Gross Margin ที่ 30% ฝ่ายวิจัยเห็นว่า SEAFCO ยังมีโอกาสอีกมากที่จะรับงานกำแพงกันดินในโครงการ มารินา เบย์ฯ เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีมูลค่างานก่อสร้างรวม 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผู้รับเหมาหลักมี 3 ราย โดยที่ L&amp;M Foundations เป็น 1 ใน 3 และได้รับงานประมาณ 1/3 ของมูลค่าโครงการ<br />
    <br />
ทั้งนี้งานที่ SEAFCO รับจะเป็นการรับเหมาช่วงจาก L&amp;M ซึ่งคาดว่าจะมีงานในเฟสอื่นๆ เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 9 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ SEAFCO ยังได้ยื่นประมูลงานในโครงการอื่นเพิ่มเติมอีก 2 โครงการ และยังมีแผนจะเข้าร่วมประมูลงานฐานรากโครงการรถไฟฟ้าในสิงคโปร์ ที่จะเริ่มงานก่อสร้างในปี 2551 สำหรับงานในประเทศปัจจุบันมี Backlog ประมาณ 850 ล้านบาท แต่ยังมีงานที่ชนะแล้วรอเซ็นสัญญา และงานที่เสนอเข้าประมูลรอผลอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นการรับงานใหม่ในช่วงไตรมาส 3/2550 อย่างมีนัยสำคัญ<br />
 <br />
ปกติในงวดไตรมาสที่ 2 ถือเป็นช่วง Low Season ของ SEAFCO นอกจากนั้นในปี 2550 ยังได้รับผลกระทบจากการเป็นช่วงรอยต่อระหว่างการส่งมอบงานเก่า และเริ่มโครงการก่อสร้างใหม่ ทำให้การบันทึกรายได้เกิดขึ้นไม่เต็มที่ โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่ารายได้งวดไตรมาส 2/2550 จะอยู่ที่ประมาณ 480 ล้านบาท ขณะที่ Gross Margin ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 13.8% เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของงานดังกล่าวข้างต้น ฝ่ายวิจัยประเมินว่าไตรมาส 2/2550 SEAFCO จะมีกำไรจากการดำเนินงาน 32 ล้านบาท ลดลง 47% ไตรมาสก่อนหน้าเพิ่ม 11% จากปีก่อน<br />
    <br />
อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการปี 2550 ไว้ตามเดิม โดยคาดว่าจะเห็นการกลับมาของผลประกอบการอย่างแข็งแกร่งในงวดครึ่งปีหลังของปี 2550 ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น SEAFCO และยังคง Fair Value ตามเดิมที่ P/E 12 เท่า ซึ่งให้มูลค่าที่เหมาะสม ณ สิ้นปี 2550 ที่ 10.40 บาท พร้อมกันนี้คาดการณ์เงินปันผลในอัตรา 4.66% ในงวดปี 2550</p>
<p><a href="http://www.msnth.com/msn/money2/content.aspx?id=7564&amp;ch=213">http://www.msnth.com/msn/money2/content.aspx?id=7564&amp;ch=213</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafcoa7b48887a3b19a87b299aab487848c829ba38c809eb488a1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>&#8230;บล.เอเซียพลัส : SEAFCO แนะนำ ซื้อ Fair value 10.40 บาท&#8230;</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/9aa580ad808bb5a29ea5b1aa_3a_seafco_8199b099b3_8bb789ad_fair_value_1040_9ab297/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/9aa580ad808bb5a29ea5b1aa_3a_seafco_8199b099b3_8bb789ad_fair_value_1040_9ab297/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jul 2007 04:41:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทวิเคราะห์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/9aa580ad808bb5a29ea5b1aa_3a_seafco_8199b099b3_8bb789ad_fair_value_1040_9ab297/</guid>
		<description><![CDATA[ผู้บริหารกล่าวถึงการเข้ามาถือหุ้นของกองทุนสิงคโปร์ 10.33% ว่า กองทุนดังกล่าวไม่
ได้เข้ามาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อครอบงำกิจการ แต่เข้ามาเพราะเห็นว่า SEAFCO เป็น
Growth Stock และมีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน ในด้านการดำเนินธุรกิจ ปัจจุบัน SEAFCO มี
Backlog 800 ล้านบาท แต่คาดว่าจะรับงานใหม่เข้ามาไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท ในช่วงเวลาที่
เหลือของปี นอกจากนี้ยังมีงานในต่างประเทศเข้ามาบางส่วน สำหรับผลประกอบการ 2Q50 จะ
เห็นการลดลงจาก 1Q50 ซึ่งเป็นผลกระทบจากฤดูกาล
การมีสัดส่วนของนักลงทุนสถาบันเข้ามาในโครงการผู้ถือหุ้น ฝ่ายวิจัยเห็นว่าเป็นเรื่อง
ที่ดี เนื่องจากจะมีส่วนช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น และทำให้ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่
แท้จริงของกิจการได้ดีขึ้น สำหรับข้อมูลในเรื่องการดำเนินธุรกิจ นับว่าอยู่ในกรอบที่ฝ่ายวิจัยได้นำ
เสนอไว้ในรายงาน New Talk ฉบับวันที่ 5 ก.ค.50 ซึ่งนักลงทุนสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในราย
ละเอียดได้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยกำหนด Fair Value ที่ P/E 12 เท่า หรือ 10.40
บาท ณ สิ้นปี 2550

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font face="MS Sans Serif">ผู้บริหารกล่าวถึงการเข้ามาถือหุ้นของกองทุนสิงคโปร์ 10.33% ว่า กองทุนดังกล่าวไม่<br />
ได้เข้ามาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อครอบงำกิจการ แต่เข้ามาเพราะเห็นว่า SEAFCO เป็น<br />
Growth Stock และมีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน ในด้านการดำเนินธุรกิจ ปัจจุบัน SEAFCO มี<br />
Backlog 800 ล้านบาท แต่คาดว่าจะรับงานใหม่เข้ามาไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท ในช่วงเวลาที่<br />
เหลือของปี นอกจากนี้ยังมีงานในต่างประเทศเข้ามาบางส่วน สำหรับผลประกอบการ 2Q50 จะ<br />
เห็นการลดลงจาก 1Q50 ซึ่งเป็นผลกระทบจากฤดูกาล<br />
การมีสัดส่วนของนักลงทุนสถาบันเข้ามาในโครงการผู้ถือหุ้น ฝ่ายวิจัยเห็นว่าเป็นเรื่อง<br />
ที่ดี เนื่องจากจะมีส่วนช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น และทำให้ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่<br />
แท้จริงของกิจการได้ดีขึ้น สำหรับข้อมูลในเรื่องการดำเนินธุรกิจ นับว่าอยู่ในกรอบที่ฝ่ายวิจัยได้นำ<br />
เสนอไว้ในรายงาน New Talk ฉบับวันที่ 5 ก.ค.50 ซึ่งนักลงทุนสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในราย<br />
ละเอียดได้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยกำหนด Fair Value ที่ P/E 12 เท่า หรือ 10.40<br />
บาท ณ สิ้นปี 2550<br />
</font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/9aa580ad808bb5a29ea5b1aa_3a_seafco_8199b099b3_8bb789ad_fair_value_1040_9ab297/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>&#8230;SEAFCO ตั้งเป้า 5 ปีสู่ International Contractor&#8230;</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafco_95b18987809b89b2_5_9bb5aab988_international_contractor/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafco_95b18987809b89b2_5_9bb5aab988_international_contractor/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jul 2007 03:54:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวSEAFCO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafco_95b18987809b89b2_5_9bb5aab988_international_contractor/</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;แม้จะเป็นเพียงผู้รับเหมาฐานรากภายในประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ ณรงค์ ทัศนนิพันธ์ แห่ง SEAFCO มีเป้าหมายชัดเจน ที่จะยกระดับบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งแห่งนี้ ก้าวขึ้นเป็นผู้รับเหมาฐานรากนานาชาติ ภายในระยะเวลา 3-5 ปี &#8221; กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ปี 2550 ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ส่งผลกระทบไปยังธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ต้องปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้บริษัทอยู่รอดต่อไปบริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) แม้จะดำเนินธุรกิจผู้รับก่อสร้างงานฐานราก(เสาเข็ม) และงานโยธาทั่วไป แต่ก็ต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว การขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ เป็นกลยุทธ์ที่ ซีฟโก้ นำมาใช้ โดยมีประเทศสิงคโปร์ เป็นจุดเริ่มต้น ก้าวต่อไป(Next Step) ของ ซีฟโก้ ณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บอกว่า ต้องการยกระดับ ซีฟโก้ จากผู้รับเหมาฐานรากท้องถิ่น(Local Contractor) ขึ้นเป็น ผู้รับเหมาฐานรากนานาชาติ (International Contractor)  ณรงค์ บอกเหตุผลของการนำบริษัทออกไปรับงานตลาดยังต่างประเทศ เพราะต้องการหาแหล่งรายได้เพิ่ม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="Text1"><span class="Text1">&#8220;แม้จะเป็นเพียงผู้รับเหมาฐานรากภายในประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ ณรงค์ ทัศนนิพันธ์ แห่ง SEAFCO มีเป้าหมายชัดเจน ที่จะยกระดับบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งแห่งนี้ ก้าวขึ้นเป็นผู้รับเหมาฐานรากนานาชาติ ภายในระยะเวลา 3-5 ปี &#8221; </span><span class="Text1">กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ปี 2550 ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ส่งผลกระทบไปยังธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ต้องปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้บริษัทอยู่รอดต่อไป</span></span><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1">บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) แม้จะดำเนินธุรกิจผู้รับก่อสร้างงานฐานราก(เสาเข็ม) และงานโยธาทั่วไป แต่ก็ต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว การขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ เป็นกลยุทธ์ที่ ซีฟโก้ นำมาใช้ โดยมีประเทศสิงคโปร์ เป็นจุดเริ่มต้น </span><span class="Text1"><span class="Text1">ก้าวต่อไป(Next Step) ของ ซีฟโก้ ณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บอกว่า ต้องการยกระดับ ซีฟโก้ จากผู้รับเหมาฐานรากท้องถิ่น(Local Contractor) ขึ้นเป็น ผู้รับเหมาฐานรากนานาชาติ (International Contractor)  <span class="Text1">ณรงค์ บอกเหตุผลของการนำบริษัทออกไปรับงานตลาดยังต่างประเทศ เพราะต้องการหาแหล่งรายได้เพิ่ม จากตอนนี้พึ่งพาเฉพาะตลาดในประเทศด้านเดียว ซึ่งอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างในช่วงครึ่งปีแรกทรงตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึงเพื่อเป็นการรองรับการเติบโตที่ฝ่ายบริหารวางเป้าหมายระยะยาว ยอดขายจะต้องเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% </span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"></span><span class="Text1"><span class="Text1"><strong>จุดเริ่มต้นจาก 3 ประสาน</strong></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"> <span class="Text1">บริษัท ซีฟโก้ เกิดจากการรวมตัวของวิศวกร 3 คน คือ นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ นายทัชชะพงศ์ ประเวศวรารัตน์ และนายทรงศักดิ์ วิสุทธิพิทักษ์กุล </span><span class="Text1"><span class="Text1">โดยบริษัทให้บริการเสาเข็มเจาะ และงานกำแพงกันดิน มีสัดส่วนของงานจากภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่คิดเป็น 87% ที่เหลือเป็นงานภาคราชการ และมีส่วนแบ่งตลาดในประเทศ(มาร์เก็ตแชร์)อยู่ที่ 45% <span class="Text1">ซีฟโก้ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2547 ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเสนอขายหุ้นไอพีโอหุ้นละ 4 บาท สำหรับผลประกอบการย้อนหลังช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราเติบโตของยอดขายต่อเนื่อง โดยปีแรกจากระดับ 900 ล้านบาท เป็น 1.1 พันล้านบาท ต่อมาปี 2549 เพิ่มขึ้นมาเป็น 2.3 พันล้านบาท ส่วนปี 2550 ล่าสุดฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่า ยอดขายจะเติบโตมาอยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท </span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"></span><span class="Text1"><span class="Text1"><strong>ต่างประเทศรายได้แห่งอนาคต</strong></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"> <span class="Text1">ณรงค์ กล่าวว่า เรายังคงเน้นตลาดในประเทศเป็นตลาดหลัก เพราะเชื่อว่า สถานการณ์เศรษฐกิจจะเข้าที่ ปัจจัยทางการเมืองมีความชัดเจน สามารถเกิดการเลือกตั้งได้ เชื่อว่ากำลังซื้อจะกลับมาโดยเฉพาะอาคารสูง เชื่อว่าความต้องการยังมีอยู่ เพราะทุกวันนี้การใช้ชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ที่อยู่อาศัยในเมืองจะมีการตอบรับดี </span><span class="Text1"><span class="Text1">&#8220;ตลาดต่างประเทศ จะเป็นแหล่งรายได้เสริม ที่จะหนุนให้บริษัทเติบโตในอนาคต ซึ่งระยะยาว 3-5 ปี คาดหวังว่าสัดส่วนยอดขายต่างประเทศจะขยับขึ้นเป็น 20% ของยอดขายรวม แม้ว่าปีนี้จะมีสัดส่วนไม่สูง แต่มาร์จินดีกว่าโครงการในประเทศ&#8221; ณรงค์ กล่าว </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><strong>เลือกตลาดสิงคโปร์เป็นจุดเริ่มต้น</strong> </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"></span><span class="Text1"><span class="Text1">การที่บริษัทเลือกที่จะรุกเข้าไปในตลาดสิงคโปร์เป็นตลาดแรก เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เนื่องจากเป็นศูนย์กลางทุกอย่างในแถบภูมิภาคเอเชียและทำให้บริษัทมีโอกาสให้ทีมงานทดสอบตลาดต่างประเทศ ซึ่งเริ่มการลงทุนด้วยการรวมลงทุนกับ บริษัท เรียวบิ-คิโช พาร์ทเนอร์ ประเทศสิงคโปร์ จัดตั้งบริษัท ซีฟโก้ เรียวบิ ขึ้นมา และบริษัท ซีฟโก้ ถือหุ้นสัดส่วน 47.5% <span class="Text1">งานแรกที่ซีฟโก้ได้รับคือ การรับจ้างเฉพาะค่าแรง ในโครงการสร้างกำแพงกันดินระบบไดอะแฟรม วอลล์ ในโครงการ มารินนา เบย์ แซนด์ อินเตเกต เต็ด รีสอร์ท มูลค่ารวม 60 ล้านบาท ขณะที่บริษัท ซีฟโก้ จะไดรับคือ ส่วนของเงินค่าจ้าง ประมาณ 28 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 120 วัน </span><span class="Text1"><span class="Text1">งานที่บริษัทรวมทุนได้ยื่นประมูล มี 2 โครงการคือ งานก่อสร้างกำแพงดินกั้นน้ำทะเลมูลค่า 900 ล้านบาท และอีก 200 ล้านบาท เป็นงานกำแพงกั้นดินอาคารสูง ซึ่งยื่นประมูลไปแล้วรอฟังผลอยู่ ขณะนี้ให้ทางพันธมิตรเป็นผู้ดำเนินการหางานอื่นๆ ด้วย </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><strong>หวังมาร์จินงานต่างประเทศชิ้นแรก 30%</strong> </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"></span><span class="Text1"><span class="Text1">เขาบอกว่า งานแรกที่ได้รับเป็นงานที่เราไม่ได้ประมูล แต่ได้จากกลุ่มพันธมิตรที่เป็นบริษัทเจาะเสาเข็มรายใหญ่ในสิงคโปร์ จัดสรรงานบางส่วนมาให้เพราะเครื่องมือเขาไม่พอ เราจะเริ่มทดลองงานประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนที่จะตัดสินใจว่าอาจจะต้องรับงานเพิ่ม ตอนนี้รอดูปริมาณงานก่อนและเตรียมความพร้อมทีมงานให้ดีก่อน ซึ่งบริษัทคาดว่าโครงการนี้จะมีมาร์จินประมาณ 30% <span class="Text1">เท่าที่ได้คุยกับนักลงทุนสิงคโปร์ มีการประเมินกันว่าแนวโน้มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเติบโตปีละประมาณ 40% และน่าจะอยู่ในอัตรานี้ประมาณ 6-7 ปี ดังนั้นจะเห็นว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ และน่าจะเป็นตลาดที่สำคัญของผู้ประกอบการรับเหมาของไทยได้ เพราะปัจจุบันต้นทุนแรงงานของบริษัทไทยต่ำกว่าสิงคโปร์ </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"></span><span class="Text1"><span class="Text1"><strong>ใช้สิงคโปร์เป็นฐานต่อยอด</strong> </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1">ณรงค์ คาดหวังตลาดที่สิงคโปร์ จะเป็นแหล่งเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ (training Center) ช่วยยกระดับคุณภาพ รวมทั้งสร้างความมั่งคั่งให้บริษัท และยังเป็นสะพานเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นๆ สำหรับการต่อยอดธุรกิจในอนาคต ทั้งแถบ เอเชียและยุโรป </span><span class="Text1"><span class="Text1">ตลาดต่างประเทศที่เขาให้ความสนใจอีกคือ ตลาดดูไบและเวียดนาม ซึ่งก่อนหน้าที่จะตัดสินใจเข้าไปลงทุนในสิงคโปร์ ได้วางแผนจะให้ทีมงานเข้าไปที่ตลาดดูไบก่อน แต่ทางทีมงานยังไม่พร้อม จึงอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศดังกล่าว <span class="Text1">&#8220;ใจผมอยากจะให้ไปที่ตลาดดูไบก่อนเพราะมีงานจำนวนมาก แต่ทีมงานยังไม่พร้อม เพราะยังไม่เคยชินกับสภาพแวดล้อม และรู้สึกไม่มั่นใจทำให้ต้องรอจังหวะ ทั้งๆ ที่มีพันธมิตรที่เป็นชาวดูไบมาขอร่วมลงทุน ตอนนี้มีประมาณ 3 ราย แต่ต้องเลือกให้ดี เพราะความต้องการของเราคือ การเข้าไปเป็นผู้รับเหมาเสาเข็มรายหลักในดูไบ แต่จะเข้าไปก็ต้องอาศัยพาร์ทเนอร์ และคาดว่าในปี 2551 ถึงจะสรุปได้ว่าจะเข้าไปในรูปแบบใด ส่วนที่เวียดนามนั้นคงไม่ง่ายเหมือนสิงคโปร์เพราะหากจะเข้าลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังสูง &#8220;ณรงค์ กล่าว </span><span class="Text1"><span class="Text1">ณรงค์ บอกว่าปัจจัยความเสี่ยงของการทำธุรกิจต่างประเทศ อยู่ที่การหาพาร์ทเนอร์ ซึ่งต้องเลือกให้ดีที่สุด เพราะถ้ามีพาร์ทเนอร์ที่ไม่ดีจะทำให้ล้มเหลวได้ รวมทั้งต้องศึกษากฎหมายของแต่ละประเทศให้ดี ซึ่งอาจต้องมีต้นทุนว่าจ้างที่ปรึกษาทางกฎหมายแต่เป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำธุรกิจต่างประเทศ </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><strong>แนวโน้มรับเหมาในไทยครึ่งปีหลังฟื้น</strong></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"> </span><span class="Text1"><span class="Text1">ณรงค์ ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะเติบโตในระดับ 4% ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา หลังจากวันที่ 19 กันยายน 2549 ภาวะเศรษฐกิจถดถอย <span class="Text1">เพราะได้ผลกระทบจากปัจจัยทางการเมือง รวมถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ถ้าพิจารณาเฉพาะอสัหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสูง คอนโดมิเนียมในเมือง </span><span class="Text1"><span class="Text1">ยังเติบโตได้ดีกว่าแนวราบ ดังนั้นซีฟโก้ก็ไดัรับอานิสงส์ อย่างไรก็ตามแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังน่าจะฟื้นตัวได้หลังจากมีความชัดเจนเรื่องของการกำหนดวันเลือกตั้งได้ </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><strong>ตั้งเป้ารักษากำไรขั้นต้น 13-15%</strong> </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"></span><span class="Text1"><span class="Text1">ณรงค์ ยืนยันว่า ผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก จะเติบโตหากเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่มียอดขายประมาณ 1.1 พันล้านบาท แม้ไตรมาส 2 จะเป็นช่วงซบเซา และเชื่อว่ายอดขายทั้งปีจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ 2.6 พันล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ประมาณ 800 ล้านบาท และในไตรมาส 2/2550 รับรู้ประมาณ 400-500 ล้านบาท รวมถึงไตรมาสนี้รับงานประมูลใหม่อีก 350 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อไป <span class="Text1">นอกจากนี้มีงานที่อยู่ระหว่างการยื่นประมูล 1.4 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะประมูลได้อีก 600-700 ล้านบาท ซึ่งเตรียมจะประกาศผลประมูลภายในเดือนหน้าประมาณ 100-200 ล้านบาท </span><span class="Text1"><span class="Text1">ส่วนความสามารถของการทำกำไรขั้นต้น ปีนี้ทั้งปีจะยังอยู่ในกรอบ 13-15% ซึ่งปีที่แล้วมีอัตรากำไรขั้นต้น ประมาณ 14% ขณะที่ไตรมาสแรกอยู่ที่ 14.8% และงวดครึ่งปีแรก ยังอยู่ในกรอบที่วางไว้ ทำให้มั่นใจ ทั้งปีจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><strong>งานต่อหม้อ-โยธาหนุนกำไรแข็งแกร่ง</strong> </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"><span class="Text1"></span><span class="Text1"><span class="Text1">บริษัท ซีฟโก้ มีส่วนงานอื่นๆ นอกจากการขุดเจาะเสาเข็ม ได้แก่ งานรับเหมาทำต่อหม้อ และงานโยธา สร้างถนน และสะพาน ซึ่งการมีรายได้กระจายในหลายธุรกิจเพื่อที่จะช่วยให้มีรายได้กับกำไรที่แข็งแกร่ง โดยปกติงานขุดเจาะเสาเข็ม มีมาร์จินประมาณ 15-16% ขณะที่งานต่อหม้ออยู่ที่ 10% ส่วนงานโยธา 7%<span class="Text1">หากงานเสาเข็มลดลง ก็จะหันไปเพิ่มงานต่อหม้อหรืองานโยธา เพื่อไม่ให้รายได้ และกำไรลดลง โดยเฉพาะจะเห็นว่าในปี 2549 ยอดขาย 2.3 พันล้านบาท มีงานต่อหม้อประมาณ 500-600 ล้านบาท ซึ่งเป็น 20%ของยอดขาย แต่ปีนี้เน้นแต่งานเจาะเสาเข็ม เพราะบริษัทไม่ได้รับเหมางานต่อหม้อทุกโครงการทำเฉพาะบางโครงการที่มีโอกาส </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
<p></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafco_95b18987809b89b2_5_9bb5aab988_international_contractor/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>&#8230;ซีฟโก้ยินดีรับกองทุนสิงคโปร์&#8230;</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/8bb59f828189a2b49994b5a3b19a81ad8797b899aab48784829ba38c-2/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/8bb59f828189a2b49994b5a3b19a81ad8797b899aab48784829ba38c-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jul 2007 03:50:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวSEAFCO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/8bb59f828189a2b49994b5a3b19a81ad8797b899aab48784829ba38c-2/</guid>
		<description><![CDATA[โพสต์ทูเดย์ — เจ้าของซีฟโก้อ้าแขนรับกองทุนสิงคโปร์ถือหุ้นร่วม 10% ยันเทกโอเวอร์ไม่ได้ กลุ่มพันธมิตรถือเกินครึ่งนายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) กล่าวถึงกรณี CREDITAGRICOLEAS-SET MANAGEMENT SINGAPORE เข้ามาถือหุ้นของบริษัทรวม 10.33% ว่า กองทุนจากสิงคโปร์ดังกล่าวไม่ได้เข้ามาครอบงำกิจการ (เทกโอเวอร์) และปัจจุบันกลุ่มพันธมิตรที่เป็นผู้ถือหุ้นเดิมถือหุ้นใหญ่รวม 51-52%
“กลุ่มของผมมีหุ้นเกินครึ่ง ดังนั้นโอกาสที่จะเข้ามาเทกโอเวอร์ก็ยาก ผมเข้าใจว่า เขาคงเห็นว่าบริษัทเป็น Growth Stock และ undervalue อยู่ เท่าที่คุยเขามองระยะยาว ซึ่งเราคุยกันครั้งเดียว” นายณรงค์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายณรงค์ กล่าวว่า ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะขอดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นถี่กว่าปกติ เมื่อมีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนเป็นสัดส่วนที่มาก จึงต้องระมัดระวังให้ดี แต่ถ้าอยากจะเทกฯ ก็ไม่ปล่อย และต้องซื้อหุ้นกลับ
นายณรงค์ กล่าวว่า จะถือโอกาสที่ไปสิงคโปร์เพื่อประชุมร่วมกับบริษัทร่วมทุน ซีฟโก้ เรียวบิ ก็จะพูดคุยกันผู้บริหารกองทุนดังกล่าวด้วยในช่วงปลายเดือนนี้ หรือต้นเดือนหน้า นอกจากนี้ ยังไปร่วมโรดโชว์กับบริษัทหลักทรัพย์ในสิงคโปร์ในวันที่ 2 ส.ค.นี้ด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โพสต์ทูเดย์ —</strong> เจ้าของซีฟโก้อ้าแขนรับกองทุนสิงคโปร์ถือหุ้นร่วม 10% ยันเทกโอเวอร์ไม่ได้ กลุ่มพันธมิตรถือเกินครึ่งนายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) กล่าวถึงกรณี CREDITAGRICOLEAS-SET MANAGEMENT SINGAPORE เข้ามาถือหุ้นของบริษัทรวม 10.33% ว่า กองทุนจากสิงคโปร์ดังกล่าวไม่ได้เข้ามาครอบงำกิจการ (เทกโอเวอร์) และปัจจุบันกลุ่มพันธมิตรที่เป็นผู้ถือหุ้นเดิมถือหุ้นใหญ่รวม 51-52%</p>
<p>“กลุ่มของผมมีหุ้นเกินครึ่ง ดังนั้นโอกาสที่จะเข้ามาเทกโอเวอร์ก็ยาก ผมเข้าใจว่า เขาคงเห็นว่าบริษัทเป็น Growth Stock และ undervalue อยู่ เท่าที่คุยเขามองระยะยาว ซึ่งเราคุยกันครั้งเดียว” นายณรงค์ กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นายณรงค์ กล่าวว่า ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะขอดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นถี่กว่าปกติ เมื่อมีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนเป็นสัดส่วนที่มาก จึงต้องระมัดระวังให้ดี แต่ถ้าอยากจะเทกฯ ก็ไม่ปล่อย และต้องซื้อหุ้นกลับ</p>
<p>นายณรงค์ กล่าวว่า จะถือโอกาสที่ไปสิงคโปร์เพื่อประชุมร่วมกับบริษัทร่วมทุน ซีฟโก้ เรียวบิ ก็จะพูดคุยกันผู้บริหารกองทุนดังกล่าวด้วยในช่วงปลายเดือนนี้ หรือต้นเดือนหน้า นอกจากนี้ ยังไปร่วมโรดโชว์กับบริษัทหลักทรัพย์ในสิงคโปร์ในวันที่ 2 ส.ค.นี้ด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. CREDITA…GRICOLEAS-SET MANAGEMENT SINGAPORE ได้เข้ามาซื้อหุ้น SEAFCO จำนวน 12 ล้านหุ้น หรือ 5.62% ส่งผลให้มีหุ้นทั้งสิ้น 22.05 ล้านหุ้น หรือ 10.33% โดยราคาได้มาสูงสุดในรอบ 90 วันอยู่ที่ 8.9119 บาทต่อหุ้น</p>
<p>ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือเพียง 800 ล้านบาทเศษ ลดลงจากเมื่อต้นปีที่มี 1.5 พันล้านบาท หลังจากรับรู้รายได้ไปในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา เนื่องจากงานส่วนใหญ่เป็นงานเสาเข็มเจาะที่มีอายุงานสั้นประมาณ 3-6 เดือนเท่านั้น</p>
<p>ดังนั้น ในช่วงครึ่งหลังบริษัทก็ยังหางานใหม่เข้ามาเพิ่มอีก คาดว่าจะได้งานเข้ามาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท โดยน่าจะเป็นงานในประเทศ</p>
<p>สำหรับผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสงวดที่ 2 ปีนี้ คาดว่าจะต่ำกว่าไตรมาสแรก เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกมากและวันหยุดก็มีมากกว่าเช่นกัน แต่ก็ยังมั่นใจว่ารายได้ทั้งปีจะได้ตามเป้าที่ 2.6 พันล้านบาท</p>
<p>บริษัทเพิ่งได้รับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะ, กำแพงกันดินและงานปรับปรุงดินอ่อนโครงการใหม่จำนวน 9 โครงการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 149.87 ล้านบาท</p>
<p>ด้านราคาหุ้น SEAFCO ปิดที่ 9.45 บาท ลดลง 0.53%</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/8bb59f828189a2b49994b5a3b19a81ad8797b899aab48784829ba38c-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>&#8230;SEAFCO คว้างานใหม่เพิ่มอีก 9 โครงการมูลค่า 149.8 ลบ&#8230;</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafco_84a789b287b29983aba188809eb488a1adb581_9_8284a38781b2a3a1b9a58488b2_1498_a59a/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafco_84a789b287b29983aba188809eb488a1adb581_9_8284a38781b2a3a1b9a58488b2_1498_a59a/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jul 2007 03:45:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวSEAFCO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafco_84a789b287b29983aba188809eb488a1adb581_9_8284a38781b2a3a1b9a58488b2_1498_a59a/</guid>
		<description><![CDATA[นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด
(มหาชน) หรือ SEAFCO แจ้งว่า บริษัทฯ ได้รับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะ,กำแพงกัน
ดินและงานปรับปรุงดินอ่อนโครงการใหม่ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้1. งานเสาเข็มเจาะโครงการสะพานลอยจุดตัดทางหลวงเลขที่ 3451 (บางคูวัด) ปทุมธานี
       รายละเอียดของงาน:     เสาเข็มเจาะทรงกลม
       เจ้าของโครงการ:       กรมทางหลวง
       ผู้ว่าจ้าง:              บริษัท วนิชชัยก่อสร้าง (1979) จำกัด
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าวัสดุ:    4,950,000.00 บาท
                            (สี่ล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
       ระยะเวลาก่อสร้าง:      60 วัน นับแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2550
2. งานปรับปรุงคุณภาพดิน โครงการเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี
       รายละเอียดของงาน:     ปรับปรุงคุณภาพดินอ่อน
       เจ้าของโครงการ        บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา
       ผู้ว่าจ้าง:              บริษัท ฤทธา จำกัด
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม:  8,160,000.00 บาท (แปดล้านหนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน)
       ระยะเวลาก่อสร้าง:      45 วัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font face="MS Sans Serif">นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด<br />
(มหาชน) หรือ SEAFCO แจ้งว่า บริษัทฯ ได้รับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะ,กำแพงกัน<br />
ดินและงานปรับปรุงดินอ่อนโครงการใหม่ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้</font><font face="MS Sans Serif">1. งานเสาเข็มเจาะโครงการสะพานลอยจุดตัดทางหลวงเลขที่ 3451 (บางคูวัด) ปทุมธานี<br />
       รายละเอียดของงาน:     เสาเข็มเจาะทรงกลม<br />
       เจ้าของโครงการ:       กรมทางหลวง<br />
       ผู้ว่าจ้าง:              บริษัท วนิชชัยก่อสร้าง (1979) จำกัด<br />
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าวัสดุ:    4,950,000.00 บาท<br />
                            (สี่ล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)<br />
       ระยะเวลาก่อสร้าง:      60 วัน นับแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2550<br />
2. งานปรับปรุงคุณภาพดิน โครงการเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี<br />
       รายละเอียดของงาน:     ปรับปรุงคุณภาพดินอ่อน<br />
       เจ้าของโครงการ        บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา<br />
       ผู้ว่าจ้าง:              บริษัท ฤทธา จำกัด<br />
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม:  8,160,000.00 บาท (แปดล้านหนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน)<br />
       ระยะเวลาก่อสร้าง:      45 วัน นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550<br />
3. งานเสาเข็มเจาะอาคารเรียนชั้นประถม ร.ร. กรุงเทพคริสเตียน กรุงเทพฯ<br />
       รายละเอียดของงาน:     เสาเข็มเจาะทรงกลม<br />
       เจ้าของโครงการ:       ร.ร. กรุงเทพคริสเตียน<br />
       ผู้ว่าจ้าง:              บริษัท พาวเวอร์ไลน์ จำกัด (มหาชน)<br />
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม:      19,600,000.00 บาท<br />
                            (สิบเก้าล้านหกแสนบาทถ้วน)<br />
       ระยะเวลาก่อสร้าง:      75 วัน นับแต่วันที 1 มิถุนายน 2550<br />
4. งานเสาเข็มเจาะหน้าปล่องอุโมงค์ส่งน้ำ ที่ถนนสามเสน กรุงเทพฯ<br />
       รายละเอียดของงาน:     เสาเข็มเจาะทรงกลม<br />
       เจ้าของโครงการ:       กรุงเทพมหานคร<br />
       ผู้ว่าจ้าง:              บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน)<br />
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าวัสดุ:  1,300,000.00 บาท<br />
                           (หนึ่งล้านสามแสนบาทถ้วน)<br />
       ระยะเวลาก่อสร้าง:     30 วัน นับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550<br />
5. งานเสาเข็มเจาะรับถังบรรจุก๊าซ ที่อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี<br />
       รายละเอียดของงาน:     เสาเข็มเจาะทรงกลม<br />
       ผู้ว่าจ้าง:              บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน)<br />
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าวัสดุ:  2,100,000.00  บาท<br />
                            (สองล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน)<br />
       ระยะเวลาก่อสร้าง:      45 วัน นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550<br />
6. งานเสาเข็มเจาะโรงแรม เบสท์ เวสเทอร์น พรีเมียร์ อมาแร้นทร์ สุวรรณภูมิ<br />
       รายละเอียดของงาน:     เสาเข็มเจาะทรงกลม<br />
       เจ้าของโครงการ/ผู้ว่าจ้าง:บริษัท บานไม่รู้โรย สุวรรณภูมิ จำกัด<br />
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม:   29,180,000.00 บาท<br />
                            (ยี่สิบเก้าล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นบาทถ้วน)<br />
       ระยะเวลาก่อสร้าง:      75 วัน นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2550<br />
7. งานเสาเข็มเจาะ โรงแรม โคซี บีส แอนด์ รีสอร์ท.พัทยา ชลบุรี<br />
       รายละเอียดของงาน:      เสาเข็มเจาะทรงกลม<br />
       เจ้าของโครงการ/ผู้ว่าจ้าง:  โรงแรม โคซี บีส แอนด์ รีสอร์ท.<br />
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม:   5,180,000.00 บาท (ห้าล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นบาทถ้วน)<br />
       ระยะเวลาก่อสร้าง:        45 วัน นับแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2550<br />
8. งานเสาเข็มเจาะอาคารไลฟ์ แอท สาทร, สาทร 10 เขตสาทร กรุงเทพฯ<br />
       รายละเอียดของงาน:       เสาเข็มเจาะทรงกลม<br />
       เจ้าของโครงการ/ผู้ว่าจ้าง:  บจ. เอเชียน พร็อพเพอร์ตี้ (สาทร)<br />
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม: 29,400,000.00 บาท (ยี่สิบเก้าล้านสี่แสนบาทถ้วน)<br />
       ระยะเวลาก่อสร้าง:         120 วัน นับแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2550<br />
9. งานกำแพงกันดินระบบไดอะแฟรม วอลล์ โครงการรามาไนน์สแควร์ ระยะที่หนึ่ง<br />
พลอทที่ 2 ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ<br />
      รายละเอียดของงาน:         กำแพงกันดินระบบไดอะแฟรม วอลล์<br />
       เจ้าของโครงการ/ผู้ว่าจ้าง:     บริษัท พระราม 9 สแควร์ จำกัด<br />
       มูลค่างานไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม:    50,000,000,00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน)<br />
      ระยะเวลาก่อสร้าง:           120 วัน นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2550</p>
<p>      รวมเป็นเงินข้างต้นทั้งสิ้นจำนวน <strong>149,870,000.00 บาท (หนึ่งร้อยสี่สิบเก้า<br />
ล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน)<br />
</strong>            ทั้งนี้การทำรายการดังกล่าวเป็นรายการธุรกิจปกติ และเป็นไปตามเงื่อนไข<br />
การค้าโดยทั่วไปที่บริษัทฯทำกับบริษัทอื่น</p>
<p></font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/seafco_84a789b287b29983aba188809eb488a1adb581_9_8284a38781b2a3a1b9a58488b2_1498_a59a/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>&#8230;กองทุนยึด SEAFCO&#8230;</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/8bb59f828189a2b49994b5a3b19a81ad8797b899aab48784829ba38c/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/8bb59f828189a2b49994b5a3b19a81ad8797b899aab48784829ba38c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jul 2007 03:35:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวSEAFCO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/8bb59f828189a2b49994b5a3b19a81ad8797b899aab48784829ba38c/</guid>
		<description><![CDATA[ทันหุ้น-กองทุนสิงคโปร์ดอดเก็บหุ้น SEAFCO นั่งแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์หนึ่ง ด้วยสัดส่วน  10.33% จากเดิมที่ถืออยู่ 4.71%  ด้าน“ณรงค์ ทัศนนิพันธ์”ผู้บริหารเป็นปลื้มผลงานดีเข้าตากองทุนนอก ยอมรับพูดคุยกันมาก่อน แต่นึกไม่ถึงว่าจะใส่เงินเข้ามาเร็วขนาดนี้ ส่วนโบรกแนะจับตาพฤติกรรมว่าเข้ามาอย่างมิตรหรือต้องการฮุบกิจการ เพราะอนาคต SEAFCO  มีโอกาสเติบโตเทียบชั้นผู้ประกอบการรับเหมารายใหญ่ คาดสัปดาห์นี้มีแรงเก็งกำไรเพียบ  ได้เวลาโชว์ตัวในบทหุ้นร้อนอีกครั้ง
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)รายงานแบบการจำหน่ายหลักทรัพย์ของ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO ว่า CREDIT AGRICOLE ASSET MANAGEMENT  SINGAPORE LIMITED ซึ่งเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่ม  5.62% หรือ 12 ล้านหุ้น จากเดิมที่ถือหุ้นอยู่แล้ว 4.71% หรือ 10.05 ล้านหุ้น จึงส่งผลให้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 10.33% หรือ 22.05 ล้านหุ้น
    นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="textheader"><font size="3">ทันหุ้น-กองทุนสิงคโปร์ดอดเก็บหุ้น SEAFCO นั่งแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์หนึ่ง ด้วยสัดส่วน  10.33% จากเดิมที่ถืออยู่ 4.71%  ด้าน“ณรงค์ ทัศนนิพันธ์”ผู้บริหารเป็นปลื้มผลงานดีเข้าตากองทุนนอก ยอมรับพูดคุยกันมาก่อน แต่นึกไม่ถึงว่าจะใส่เงินเข้ามาเร็วขนาดนี้ ส่วนโบรกแนะจับตาพฤติกรรมว่าเข้ามาอย่างมิตรหรือต้องการฮุบกิจการ เพราะอนาคต SEAFCO  มีโอกาสเติบโตเทียบชั้นผู้ประกอบการรับเหมารายใหญ่ คาดสัปดาห์นี้มีแรงเก็งกำไรเพียบ  ได้เวลาโชว์ตัวในบทหุ้นร้อนอีกครั้ง<br />
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)รายงานแบบการจำหน่ายหลักทรัพย์ของ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO ว่า CREDIT AGRICOLE ASSET MANAGEMENT  SINGAPORE LIMITED ซึ่งเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่ม  5.62% หรือ 12 ล้านหุ้น จากเดิมที่ถือหุ้นอยู่แล้ว 4.71% หรือ 10.05 ล้านหุ้น จึงส่งผลให้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 10.33% หรือ 22.05 ล้านหุ้น<br />
    นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO เปิดเผยว่า การเข้ามาลงทุนของกองทุนจากประเทศสิงคโปร์นั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ดี หลังจากที่บริษัทได้ขยายฐานธุรกิจออกไปรับงานในต่างประเทศทำให้ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันเข้ามาถือหุ้นเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าในอนาคตบริษัทมีการเติบโตอย่างโดดเด่นมากขึ้น<br />
    สำหรับประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่บริษัทได้รวมมือกับบริษัท รอยบิ คิโช จำกัด จัดตั้งบริษัท ซีฟโก้ รอยบิ เพื่อเข้าประมูลงาน ซึ่งปัจจุบันได้ยืนประมูลงานไปแล้ว 3 โครงการ มูลค่าเฉียด 1,000 ล้านบาท โดยเป็นงานฐานรากทั้งหมด และล่าสุดได้งานแรกคิดมูลค่า 60 ล้านบาท<br />
    “ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมามีกองทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศเข้ามาติดต่อ กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง CREDIT AGRICOLE ASSET MANAGEMENT ที่เดิมถือหุ้นของบริษัทอยู่แล้ว แต่ไม่นึกว่าจะเข้ามาลงทุนในบริษัทเร็วขนาดนี้ และยังมีสัดส่วนการถือหุ้นติดอันดับ 1 ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านการประมูลงานในสิงคโปร์ได้มากขึ้น”นายณรงค์กล่าว<br />
ผลงานเข้าตากองทุน<br />
    นายภูวดล ลาภอุดมสุข ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน กล่าวว่า สาเหตุที่กองทุนจากประเทศสิงคโปร์เข้ามาถือหุ้นของ SEAFCO เพิ่มสูงขึ้น จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 นั้น มองว่ากองทุนดังกล่าวเล็งเห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของ SEAFCO ในอนาคต ซึ่งมาจากการขยายฐานธุรกิจทั้งในประเทศหลังจากที่มีการเลือกตั้งแล้วเสร็จ และการเติบโตสูงขึ้นของงานในต่างประเทศ ประกอบกับ SEAFCO ยังเป็นบริษัททีมีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้คาดว่าจะสามารถจ่ายปันผลระหว่างกาลได้  <br />
    ทั้งนี้หากกองทุนดังกล่าวแสดงเจตนาการเข้ามาถือหุ้นครั้งนี้อย่างเป็นมิตร ฝ่ายวิจัยประเมินว่าโอกาสที่กองทุนดังกล่าวจะเป็นตัวดึงงานในประเทศสิงคโปร์ให้กับ SEAFCO ได้ในระดับสูงได้ในอนาคต แต่หากการเข้ามาถือหุ้นไม่เป็นอย่างมิตร หรือต้องการที่จะเทคโอเวอร์กลุ่มกองทุนดังกล่าวอาจจะมีการเข้ามาเก็บหุ้น SEAFCO เพิ่มได้อีก ซึ่งจะต้องจับตาต่อไป<br />
    รวมทั้งจับตาการเจรจาระหว่างผู้บริหารของ SEAFCO เอง กับกลุ่มกองทุนจากสิงคโปร์ถึงวัตถุประสงค์ในการเข้ามาเก็บหุ้นครั้งนี้ด้วย แต่อย่างไรก็การที่มีกองทุนจากต่างประเทศเข้ามาถือหุ้นเพิ่มขึ้น เป็นการสร้างความน่าสนใจให้กับ SEAFCO ต่อสายตาของกองทุน และสถาบันในประเทศ ซึ่งอาจจะมีการเข้ามาเก็บหุ้นเพิ่ม รวมทั้งอาจจะทำให้ราคาหุ้น SEAFCO มีการปรับตัวคึกคักมากขึ้น<br />
    “ในอนาคตจะมีทั้งกองทุน และสถาบันเข้าเอ็กซ์เรย์แนวโน้มการเติบโต และผลการดำเนินงานของ SEAFCO เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงการเข้ามาถือหุ้นของกองทุนสิงคโปร์ในครั้งนี้ และมีความเป็นได้ที่กองทุน และสถาบันเหล่านั้นจะพิจารณาเข้ามาถือหุ้นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับ SEAFCO ในมากยิ่งขึ้น”นายภูวดลกล่าว<br />
    ดังนั้นคาดว่าในระยะสั้นนี้อาจจะมีการเก็งกำไรราคาหุ้น SEAFCO อย่างคึกคักมากขึ้น จึงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 10.40 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับเป้าราคาใหม่ หลังจากที่ประกาศผลการดำเนินงานในครึ่งปีหรแกไปแล้ว และแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในครึ่งปีหลังหลังจากที่งานทั้งในประเทศ และต่างประเทศทยอยประกาศผลออกมา<br />
    นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาหุ้น SEAFCO ในระยะสั้น อาจจะมีการพักฐาน จึงเป็นจังหวะที่ดีในการเข้ามารอรับหุ้นในช่วงนี้จึงแนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” ให้แนวรับ 8.60-8.15 บาท และแนวต้าน 9.10-9.30 บาท<br />
    ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น SEAFCO วันศุกร์ (29 มิ.ย.)ที่ผ่านมา ไม่มีการเคลื่อนไหว โดยปิดตลาดที่ 9.00 บาท แต่ในระหว่างวันได้ปรับตัวขึ้นไปทดสอบที่ 9.10 บาท มีมูลค่าการซื้อขาย 13.72 ล้านบาท  </font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/8bb59f828189a2b49994b5a3b19a81ad8797b899aab48784829ba38c/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บิ๊ก SEAFCOยันรายได้ปีนี้โตตามเป้าหมายที่ 2.6 พันลบ.</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/9ab48a81_seafcoa2b199a3b2a28494899bb599b589829595b2a1809b89b2aba1b2a297b588_26_9eb199a59a_/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/9ab48a81_seafcoa2b199a3b2a28494899bb599b589829595b2a1809b89b2aba1b2a297b588_26_9eb199a59a_/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jul 2007 03:34:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวSEAFCO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/9ab48a81_seafcoa2b199a3b2a28494899bb599b589829595b2a1809b89b2aba1b2a297b588_26_9eb199a59a_/</guid>
		<description><![CDATA[บิ๊ก SEAFCO ยันรายได้ปีนีโตตามเป้าที่ 2.6 พันล้านบาท โชว์ backlog
ล่าสุดอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาทแล้ว และจะรับรู้ได้หมดในปีนี้ เหลืออีก 6 เดือนทำเพิ่มอีก
1,000 ล้านบาทแค่จิ๊บๆ สัปดาห์หน้าเตรียมประกาศข่าวดีได้งานใหม่เพิ่มอีก 
นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ
SEAFCO เปิดเผยกับ eFianceThai.com ว่า มั่นใจว่ารายได้ของบริษัทในปีนี้จะอยู่ที่ 2.6 พัน
ล้านบาทตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ก็ไม่มีผลทำให้บริษัทต้องปรับ
ลดเป้าหมายลง โดยล่าสุด หลังได้งานเพิ่มอีก 149ล้านบาทจากทั้งหมด 9 โครงการ ส่งผลให้
มูลค่างานในมือ (แบ็กล็อก)ของบริษัทเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,650 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ทั้ง
หมดในปีนี้ ดังนั้น ในช่วงที่เหลือของปีบริษัทจะต้องหาแบ็กล็อกเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท
&#8216; เราคงต้องทำเพิ่มอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท รายได้ก็จะถึงเป้าหมายที่ 2.6 พัน
ล้านบาท เชื่อว่าจะทำได้เพราะเหลือเวลาอีกตั้ง 6 เดือน และเราก็จะทยอยประกาศงานใหม่ออก
มาเรื่อยๆ &#8216;นายณรงค์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font face="MS Sans Serif"><strong>บิ๊ก SEAFCO ยันรายได้ปีนีโตตามเป้าที่ 2.6 พันล้านบาท โชว์ backlog<br />
ล่าสุดอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาทแล้ว และจะรับรู้ได้หมดในปีนี้ เหลืออีก 6 เดือนทำเพิ่มอีก<br />
1,000 ล้านบาทแค่จิ๊บๆ สัปดาห์หน้าเตรียมประกาศข่าวดีได้งานใหม่เพิ่มอีก </strong><br />
นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ<br />
SEAFCO เปิดเผยกับ eFianceThai.com ว่า มั่นใจว่ารายได้ของบริษัทในปีนี้จะอยู่ที่ 2.6 พัน<br />
ล้านบาทตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ก็ไม่มีผลทำให้บริษัทต้องปรับ<br />
ลดเป้าหมายลง โดยล่าสุด หลังได้งานเพิ่มอีก 149ล้านบาทจากทั้งหมด 9 โครงการ ส่งผลให้<br />
มูลค่างานในมือ (แบ็กล็อก)ของบริษัทเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,650 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ทั้ง<br />
หมดในปีนี้ ดังนั้น ในช่วงที่เหลือของปีบริษัทจะต้องหาแบ็กล็อกเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท<br />
&#8216; เราคงต้องทำเพิ่มอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท รายได้ก็จะถึงเป้าหมายที่ 2.6 พัน<br />
ล้านบาท เชื่อว่าจะทำได้เพราะเหลือเวลาอีกตั้ง 6 เดือน และเราก็จะทยอยประกาศงานใหม่ออก<br />
มาเรื่อยๆ &#8216;นายณรงค์ กล่าว<br />
ทั้งนี้ คาดว่าในสัปดาห์หน้าบริษัทจะทยอยประกาศงานใหม่เพิ่มอีก ซึ่งขณะนี้ยังไม่<br />
สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะอยู่ระหว่างขั้นตอนต่อรองราคา ซึ่งล่าสุด บริษัทได้แจ้งตลาด<br />
หลักทรัพย์ว่าได้งานในมือเพิ่มอีก 149 ล้านบาท จากทั้งหมด 9 โครงการ ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นราย<br />
ได้ในปีนี้ทั้งหมด และบางโครงการทยอยรับรู้ไปก่อนแล้ว แต่บริษัทเพิ่งแจ้งตลาดฯ เพราะมูลค่า<br />
ไม่มาก จึงรอแจ้งพร้อมกันหลายโครงการในครั้งเดียว<br />
</font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/07/10/9ab48a81_seafcoa2b199a3b2a28494899bb599b589829595b2a1809b89b2aba1b2a297b588_26_9eb199a59a_/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บล.กรุงศรีอยุธยา : SEAFCO แนะนำ &#8216;ถือ&#8217; Fair Price ที่ 9.10 บาท</title>
		<link>http://seafco.thaivi.net/2007/06/26/9aa581a3b887a8a3b5ada2b898a2b2_3a_seafco_8199b099b3_5c2796b7ad5c27_fair_price_97b588_910_9ab297_/</link>
		<comments>http://seafco.thaivi.net/2007/06/26/9aa581a3b887a8a3b5ada2b898a2b2_3a_seafco_8199b099b3_5c2796b7ad5c27_fair_price_97b588_910_9ab297_/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Jun 2007 03:35:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trillionaire</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทวิเคราะห์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://seafco.thaivi.net/2007/06/26/9aa581a3b887a8a3b5ada2b898a2b2_3a_seafco_8199b099b3_5c2796b7ad5c27_fair_price_97b588_910_9ab297_/</guid>
		<description><![CDATA[จากการเข้าพบผู้บริหารวานนี้ (25 มิ.ย.50) โดยสรุป ยังไม่มีประเด็นความคืบหน้าใหม่
สำหรับ SEAFCO ซึ่งในมุมมองของ AYS SEAFCO จัดเป็นหุ้นในกลุ่มรับเหมาที่เหมาะสม
กับการลงทุนในระยะยาวทั้งในแง่การเติบโตและให้ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลได้อย่าง
ต่อเนื่อง เพียงแต่ราคาหุ้นในตลาดได้ปรับตัวขึ้นมามากแล้วกระทั่งเต็มมูลค่า (Fully Valued)
เทียบ กับราคา Fair Price ของ AYS ที่ 9.10 บาท/หุ้น (ประเมินจาก P/E ที่เหมาะสมที่ 10
เท่า) และราคาปัจจุบันมี Upside จากราคา Consensus เพียง 5.7% เท่านั้น ขณะที่อัตราผล
ตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เริ่มมีความน่าสนใจในระดับปานกลางที่4.9% อย่าง
ไรก็ตาม พิจารณาจากประเด็นแวดล้อมทางเมืองที่เริ่มหวังได้มากขึ้นว่าจะนำมาสู่การเลือกตั้ง ซึ่ง
อาจต่อเนื่องถึงผลดีในอนาคตต่อความมั่นใจในการลงทุนของภาคเอกชนและแผนการลงทุน
ภาครัฐ ที่จะส่งผลดีต่อภาวะการก่อสร้าง จึงมีโอกาสที่ภาวะอุตสาหกรรมอาจเริ่มดีขึ้นในปี 51-52
AYS จึงแนะนำ ถือ จากความคาดหวังต่อปริมาณงานใหม่หลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัว
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากการเข้าพบผู้บริหารวานนี้ (25 มิ.ย.50) โดยสรุป ยังไม่มีประเด็นความคืบหน้าใหม่<br />
สำหรับ SEAFCO ซึ่งในมุมมองของ AYS SEAFCO จัดเป็นหุ้นในกลุ่มรับเหมาที่เหมาะสม<br />
กับการลงทุนในระยะยาวทั้งในแง่การเติบโตและให้ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลได้อย่าง<br />
ต่อเนื่อง เพียงแต่ราคาหุ้นในตลาดได้ปรับตัวขึ้นมามากแล้วกระทั่งเต็มมูลค่า (Fully Valued)<br />
เทียบ กับราคา Fair Price ของ AYS ที่ 9.10 บาท/หุ้น (ประเมินจาก P/E ที่เหมาะสมที่ 10<br />
เท่า) และราคาปัจจุบันมี Upside จากราคา Consensus เพียง 5.7% เท่านั้น ขณะที่อัตราผล<br />
ตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เริ่มมีความน่าสนใจในระดับปานกลางที่4.9% อย่าง<br />
ไรก็ตาม พิจารณาจากประเด็นแวดล้อมทางเมืองที่เริ่มหวังได้มากขึ้นว่าจะนำมาสู่การเลือกตั้ง ซึ่ง<br />
อาจต่อเนื่องถึงผลดีในอนาคตต่อความมั่นใจในการลงทุนของภาคเอกชนและแผนการลงทุน<br />
ภาครัฐ ที่จะส่งผลดีต่อภาวะการก่อสร้าง จึงมีโอกาสที่ภาวะอุตสาหกรรมอาจเริ่มดีขึ้นในปี 51-52<br />
AYS จึงแนะนำ ถือ จากความคาดหวังต่อปริมาณงานใหม่หลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://seafco.thaivi.net/2007/06/26/9aa581a3b887a8a3b5ada2b898a2b2_3a_seafco_8199b099b3_5c2796b7ad5c27_fair_price_97b588_910_9ab297_/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
